top of page

รู้จักหินซูกาบูมิสีเขียว: เสน่ห์ของหินธรรมชาติสำหรับสระว่ายน้ำ

  • 9 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที
รู้จักหิน Green Sukabumi: เสน่ห์ของหินธรรมชาติสำหรับสระว่ายน้ำ

หินธรรมชาติ ซูกาบูมิสีเขียว (Green Sukabumi) เป็นหินธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ มีแหล่งกำเนิดในพื้นที่ ทางตะวันตกของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย โดดเด่นด้วยโทนสีเขียวตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของหินชนิดนี้ และได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับงานสระว่ายน้ำและงานตกแต่งต่าง ๆ

หินชนิดนี้เกิดขึ้นจากกระบวนการทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้นเป็นเวลายาวนานในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางธรณีวิทยา ส่งผลให้หินมีองค์ประกอบของแร่ธาตุที่เป็นเอกลักษณ์ และมีสีเขียวที่แตกต่างกันไปตามแหล่งและลักษณะของหิน


ลักษณะและความสวยงามของหินซูกาบูมิสีเขียว

  • มีสีเขียวตามธรรมชาติ โดยเฉดสีและลวดลายของแร่ธาตุอาจแตกต่างกันในแต่ละแผ่น 

  • เมื่อเปียกน้ำจะยิ่งเห็นสีและลวดลายของหินได้ชัดเจน พร้อมคุณสมบัติช่วยลดการลื่น 

  • มีความแข็งแรงและทนทาน หากติดตั้งและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม สามารถใช้งานได้ยาวนาน 

  • มีอัตราการดูดซึมน้ำค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของหินแต่ละแหล่ง 

  • เหมาะสำหรับการตกแต่งพื้นที่ที่ต้องการบรรยากาศแบบธรรมชาติ ให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติและมีบรรยากาศคล้ายรีสอร์ต 

  • ลักษณะของแร่ธาตุภายในเนื้อหินเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แต่ละแผ่นมีสีและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ 

เนื่องจากหินชนิดนี้เป็นวัสดุธรรมชาติแท้ สีและลวดลายของหินแต่ละแผ่นจึงอาจแตกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทั้งหมด ดังนั้นในการติดตั้งควรคละแผ่นหินที่มีเฉดสีและลวดลายแตกต่างกัน เพื่อให้ภาพรวมของพื้นที่ดูสมดุล กลมกลืน และเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น


การใช้งานที่แนะนำ

  • สระว่ายน้ำ 

  • สระว่ายน้ำในรีสอร์ตและโรงแรม 

  • สระว่ายน้ำภายในบ้านพักอาศัย 

  • สปาและงานตกแต่งที่มีองค์ประกอบของน้ำ


green sukabumi
green sukabumi

วัสดุและอุปกรณ์สำหรับการติดตั้ง

วัสดุและอุปกรณ์ที่แนะนำสำหรับการติดตั้ง อาจประกอบด้วย

  • หินที่ต้องการติดตั้ง 

  • กาวซีเมนต์สำหรับติดตั้งหินธรรมชาติ 

  • วัสดุกันซึมชนิดซีเมนต์ที่มีความยืดหยุ่น 

  • วัสดุยาแนว 

  • อุปกรณ์สำหรับปรับระดับและเชือกตีแนว 

  • เกรียงหวีหรือเกรียงปาดเรียบ 

  • เครื่องผสมวัสดุ 

  • แปรงทำความสะอาดและน้ำ 

อุปกรณ์ตัดหินที่เหมาะสม


ขั้นตอนการติดตั้ง

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบระดับและขนาดของพื้นที่สระว่ายน้ำ

  • ระดับพื้นสระ 

  • แนวผนัง 

  • ขนาดและระยะของผนัง 

  • มุมสระ 

  • ตำแหน่งท่อระบายน้ำ 

  • ตำแหน่งที่มีท่อหรืออุปกรณ์ติดตั้งทะลุผ่านผนัง 

  • บริเวณรอบขั้นบันไดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในสระ 

ควรตรวจสอบและแก้ไขจุดที่มีปัญหาให้เรียบร้อยก่อนเริ่มติดตั้งหิน โดยเลือกใช้กาวซีเมนต์สำหรับติดตั้งหินธรรมชาติและปูนฉาบสำเร็จรูปที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เพื่อให้พื้นผิวมีความเรียบ ได้ระดับ และพร้อมสำหรับการติดตั้งหินต่อไปค่ะ


ขั้นตอนที่ 2: ทาวัสดุกันซึมบริเวณสระว่ายน้ำ

ทาวัสดุกันซึมให้ทั่วบริเวณผนังสระอย่างเหมาะสม โดยวัสดุที่แนะนำคือ จระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ ซึ่งเป็นวัสดุกันซึมชนิดซีเมนต์ที่มีความยืดหยุ่น

อัตราการใช้โดยประมาณอยู่ที่ 1.25–1.50 ตารางเมตรต่อวัสดุ 1 กิโลกรัม ทั้งนี้ ปริมาณการใช้งานจริงอาจแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นผิวและลักษณะของหน้างาน


ขั้นตอนที่ 3: ปรับระดับพื้นที่และตีแนวสำหรับติดตั้งหิน

กำหนดจุดอ้างอิงสำหรับควบคุมระดับ โดยแนะนำให้ใช้กาวซีเมนต์ทำจุดอ้างอิงทุกระยะประมาณ 2 เมตร และควบคุมความสูงของจุดอ้างอิงไม่ให้เกินความหนาของแผ่นหิน เพื่อให้สามารถควบคุมระดับระหว่างการติดตั้งได้อย่างสม่ำเสมอ

จากนั้นจึงตีแนวหรือขึงเชือกเพื่อกำหนดแนวสำหรับปูหิน โดยเริ่มติดตั้งจาก บริเวณผนังสระก่อน แล้วจึงติดตั้งบริเวณพื้นสระ เพื่อช่วยให้แนวของหินเป็นระเบียบและต่อเนื่องกันค่ะ


ขั้นตอนที่ 4: ติดตั้งหินธรรมชาติบริเวณผนังสระ

เริ่มติดตั้งจากแผ่นหินเต็มบริเวณด้านบนของผนัง แล้วค่อย ๆ ไล่ลงมาด้านล่าง วิธีนี้จะช่วยให้สามารถนำแผ่นหินที่ต้องตัดไปใช้บริเวณด้านล่างของสระ ซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นได้น้อยกว่า ทำให้ภาพรวมของงานดูเรียบร้อยและสวยงามมากขึ้น

ก่อนติดตั้ง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ด้านหน้าและด้านหลังของแผ่นหินอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง และจัดวางตำแหน่งของแต่ละแผ่นให้เหมาะสมก่อนยึดติดกับพื้นผิว

สำหรับหินซูกาบูมิ แนะนำให้เลือกใช้ กาวซีเมนต์สีครีมหรือสีอ่อนที่เหมาะกับหิน เพื่อช่วยลดโอกาสที่สีของวัสดุยึดติดจะมองเห็นผ่านเนื้อหินและส่งผลต่อสีของหิน


ขั้นตอนที่ 5: เว้นร่องให้เหมาะสมและยาแนว

โดยทั่วไป การติดตั้งหินบริเวณสระว่ายน้ำควรเว้นร่องระหว่างแผ่นประมาณ 3–4 มิลลิเมตร จากนั้นจึงยาแนวให้เต็มร่องอย่างเรียบร้อย

วัสดุยาแนวที่แนะนำคือ ยาแนวกระเบื้อง จระเข้ แพลทินัม


ขั้นตอนที่ 6: ติดตั้งหินธรรมชาติบริเวณพื้นสระและส่วนอื่น ๆ

หลังจากติดตั้งบริเวณผนังสระเรียบร้อยแล้ว จึงดำเนินการติดตั้งหินบริเวณพื้นสระและพื้นที่ส่วนที่เหลือ

พื้นสระควรมีความลาดเอียงที่เหมาะสมไปยังระบบระบายน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถไหลเข้าสู่จุดระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริเวณที่ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • จุดระบายน้ำในสระว่ายน้ำ

  • ขั้นบันได

  • บริเวณเตาผิง/หลุมก่อไฟ

  • จุดสำหรับงานระบบประปา

  • จุดน้ำเข้า

  • มุมต่าง ๆ

  • อุปกรณ์และส่วนประกอบของสระว่ายน้ำ

  • จุดที่มีการเจาะหรือช่องเปิดต่าง ๆ

บริเวณเหล่านี้จำเป็นต้อง ตัดวัสดุให้ได้ขนาดและตำแหน่งอย่างแม่นยำ รวมถึงเก็บรายละเอียดอย่างรอบคอบ เพื่อให้งานติดตั้งออกมาเรียบร้อย สวยงาม และมีความสามารถในการป้องกันน้ำรั่วซึมได้อย่างเหมาะสม


ขั้นตอนที่ 7: เก็บรายละเอียดและเติมน้ำในสระ

เมื่อติดตั้งหินและยาแนวเรียบร้อยแล้ว ควรปล่อยให้วัสดุยึดติดและยาแนวแห้งและบ่มตัวอย่างสมบูรณ์ ก่อนเติมน้ำลงในสระ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เหมาะสมควรพิจารณาตามคำแนะนำของผู้ผลิตวัสดุที่ใช้และสภาพหน้างานด้วย

หลังจากวัสดุแห้งและบ่มตัวเต็มที่แล้ว จึงเติมน้ำจนเต็มสระและเปิดใช้งานระบบบำบัดน้ำตามขั้นตอนที่เหมาะสม

หากพื้นที่ติดตั้งมีแสงแดดจัด ควรจัดเตรียมผ้าใบหรือหลังคาชั่วคราวเพื่อช่วยป้องกันบริเวณที่กำลังติดตั้งจากแสงแดดโดยตรง หลังจากติดตั้งเสร็จ ควรหลีกเลี่ยงการให้บริเวณดังกล่าวได้รับแสงแดดโดยตรง เพื่อช่วยให้วัสดุยึดติดและยาแนวเซตตัวได้อย่างเหมาะสม


green sukabumi installation for swimming pool

การดูแลรักษาหิน

การทำความสะอาดเป็นประจำ

ควรทำความสะอาดพื้นผิวบริเวณสระว่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอ และกำจัดคราบสกปรก ตะกอน หรือสิ่งตกค้างที่สะสมอยู่บนผิวหิน

ตามคำแนะนำในการดูแลรักษา ควรทำความสะอาดหรือล้างสระว่ายน้ำประมาณ ทุก 3–4 วัน และควรดูดตะกอนหรือสิ่งสกปรกในสระเป็นประจำ เพื่อช่วยรักษาความสะอาดของสระและคงสภาพความสวยงามของหินไว้ค่ะ


ค่า pH ที่แนะนำสำหรับน้ำในสระว่ายน้ำ

ควรรักษาค่า pH ของน้ำในสระให้อยู่ในช่วง 7.0–7.8 เพื่อช่วยรักษาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของคลอรีนในการฆ่าเชื้อ การช่วยป้องกันการเจ็บป่วยที่อาจเกิดจากการว่ายน้ำ อายุการใช้งานของระบบท่อ และความสบายของผู้ใช้งาน

  • เมื่อค่า pH สูงขึ้น ประสิทธิภาพของคลอรีนในการฆ่าเชื้อจะลดลง โดยเฉพาะเมื่อค่า pH สูงกว่า 8.0

  • เมื่อค่า pH ต่ำลง โดยเฉพาะต่ำกว่า 7.0 คลอรีนจะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน น้ำที่มีความเป็นกรดมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการกัดกร่อนของหิน อุปกรณ์ และระบบท่อภายในสระ


คราบสีเหลืองหรือคราบสนิม

เมื่อใช้งานไปเป็นเวลานาน อาจเกิดคราบหรือบริเวณที่มีสีเหลืองอมส้มหรือสีน้ำตาลคล้ายสนิมได้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับแร่ธาตุที่มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบตามธรรมชาติของหิน รวมถึงการสัมผัสกับอากาศและแสงแดดเป็นระยะเวลานาน

ในกรณีที่เหมาะสม สามารถใช้ กรดซิตริก ในการทำความสะอาดเพื่อช่วยลดคราบดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม ควรเลือกวิธีทำความสะอาดให้เหมาะกับสภาพของหินและระบบสระว่ายน้ำ

หมายเหตุ: ก่อนทำความสะอาดทั้งสระ ควรทดลองใช้กับพื้นที่ขนาดเล็กในจุดที่ไม่สะดุดตาก่อนทุกครั้ง เพื่อทดสอบผลลัพธ์และตรวจสอบว่าวิธีดังกล่าวไม่ทำให้สี ผิว หรือสภาพของหินเปลี่ยนแปลง


คำแนะนำในการเคลือบปกป้องหิน

หินที่ติดตั้งบริเวณ พื้นที่โดยรอบสระว่ายน้ำ (นอกตัวสระ) แนะนำให้เคลือบด้วยน้ำยาปกป้องหินธรรมชาติชนิดซึมเข้าเนื้อหินที่เหมาะสม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวต้องสัมผัสกับน้ำและความชื้นสลับกับการแห้งอยู่เป็นประจำ รวมถึงอาจสัมผัสกับน้ำในสระ สารเคมี เกลือ คราบสกปรก และสิ่งปนเปื้อนจากธรรมชาติ การเคลือบปกป้องจึงสามารถช่วยลดการเกิดคราบ และลดการซึมผ่านของน้ำและแร่ธาตุเข้าสู่เนื้อหินได้

สำหรับหินที่ติดตั้ง ใต้น้ำภายในสระ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องเคลือบ เนื่องจากหินอยู่ในสภาพเปียกหรือสัมผัสน้ำอยู่ตลอดเวลา


recommendation for sealing green sukabumi stone

More information of:

------------------------------------------------------- Ref: Home Pool and Hot Tub Water Treatment and Testing | Healthy Swimming | CDC


 

 

RECENT POSTS

ARCHIVE

bottom of page