ดูแลสระว่ายน้ำหินธรรมชาติอย่างไร ให้สวยยาวนาน
- Prestige Paving Thailand

- 15 ส.ค. 2568
- ยาว 1 นาที

🌿 การดูแลรักษาสระว่ายน้ำหินธรรมชาติ ให้สวยเหมือนใหม่อยู่เสมอ ด้วยการดูแลที่ถูกวิธี
สระว่ายน้ำที่ปูด้วย “หินธรรมชาติ” ต่างก็ให้ความสวยงามแบบธรรมชาติ เย็นสบาย และให้ความรู้สึกหรูหรากว่ากระเบื้องทั่วๆ ไป แต่ในขณะเดียวกัน หินธรรมชาติก็ต้องการการดูแลที่พิเศษกว่าวัสดุทั่วไป เพราะผิวของหินนั้นไวต่อสารเคมี ซึมน้ำได้ และเกิดคราบได้ง่าย ถ้าไม่ดูแลให้ดี หินอาจเปลี่ยนสี เกิดคราบ ฝังแน่น หรือเสื่อมสภาพเร็ว

พฤติกรรมที่ทำให้หินธรรมชาติในสระเสื่อมสภาพเร็ว
ซึ่งการใช้งานบางอย่างที่ทำให้หินธรรมชาติเกิดคราบได้ แม้เราจะดูแลความสะอาดของน้ำและผิวหินดีแค่ไหน แต่ยังมีบาง “พฤติกรรมในการใช้งาน” ที่ทำให้เกิดคราบหรือปัญหากับผิวหินได้โดยไม่รู้ตัว ดังต่อไปนี้

1. ครีมกันแดดและน้ำมันบนผิวกาย
• ครีมกันแดด, ครีมนวดผม, น้ำมันผิว, โลชั่น หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ
มีส่วนผสมของน้ำมัน ซิลิโคน และแร่ธาตุที่อาจ ทิ้งคราบมันหรือคราบขาว บนผิวหินได้
• เมื่อสารเหล่านี้ละลายน้ำแล้วสะสมอยู่ในสระ หรือกระเด็นขึ้นมาบนขอบหินรอบสระ
จะซึมเข้าในรูพรุนของหินและ เกิดคราบฝังลึก ที่ขัดออกได้ยาก โดยเฉพาะกับหินสีอ่อน เช่น Travertine หรือหินทราย
2. เครื่องดื่มและอาหารใกล้ขอบสระ
• หากมีเครื่องดื่มที่มีกรด เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หกใส่พื้นหิน
จะทำให้เกิดคราบ ฝังในรูหิน
• คราบจากอาหารหรือเศษอาหาร เช่น เศษซอสมะเขือเทศ น้ำมัน หรือเครื่องเทศ ก็อาจเปลี่ยนสีผิวหินได้
3. รองเท้าและเศษดิน ทรายจากภายนอก
• การเดินลงบริเวณสระโดยไม่ล้างเท้า อาจทำให้หินธรรมชาติสะสม ฝุ่น ทราย เศษหญ้า ซึ่งทำให้เกิดคราบ และยังทำให้พื้นดูหมองเร็ว
• หินบางชนิด เช่น ซูกาบูมิ หรือแอนดีไซด์ผิวธรรมชาติ จะมีผิวหยาบ จึงจับคราบได้ง่าย
4. น้ำประปาที่มีแร่ธาตุสูง
• น้ำที่มีแคลเซียม แมกนีเซียม หรือธาตุเหล็กสูง มักทำให้เกิด คราบขาว (ตะกรัน) หรือ คราบเหลือง (สนิม) บนผิวหินเมื่อแห้ง
• ปัญหานี้มักพบในพื้นที่ที่น้ำมีความกระด้าง หรือเติมน้ำบ่อยโดยไม่ผ่านระบบกรอง
เคล็ดลับการดูแลรักษาหินธรรมชาติปูสระว่ายน้ำ
เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว บทความนี้จะเสนอแนวทางการดูแลสระว่ายน้ำหินธรรมชาติอย่างละเอียด โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การดูแลในชีวิตประจำวันทั่วไป และ การดูแลตามรอบระยะเวลา

การดูแลในชีวิตประจำวันทั่วไป
การดูแลในชีวิตประจำวัน คือการใส่ใจดูแลเป็นประจำทุกวันหรือทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสะสมที่ยากต่อการแก้ไขในอนาคต

🔹 รักษาคุณภาพของน้ำ
• ตรวจระดับ pH, alkalinity, และ คลอรีน อย่างสม่ำเสมอ (สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง)
• ค่า pH ที่เหมาะสมสำหรับสระหินธรรมชาติอยู่ที่ 7.2–7.6
• ระดับคลอรีน ควรอยู่ระหว่าง 1 – 3 ppm หลีกเลี่ยงการเติมคลอรีนแบบผงหรือแบบเม็ดโดยตรงลงในสระ เพราะอาจทำให้เกิดจุดด่างหรือกัดผิวหิน ควรใช้ระบบเติมอัตโนมัติหรือเจือจางก่อนหลีกเลี่ยงการใช้คลอรีนเข้มข้นเกินไป เพราะอาจกัดผิวหินได้
🔹 ทำความสะอาดสระ
• ใช้แปรงขัดผนังสระเบา ๆ เพื่อขจัดตะไคร่และคราบสะสม (ควรใช้แปรงขนอ่อน)
• ดูดฝุ่นหรือเศษใบไม้ในสระอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
• ใช้สกิมเมอร์ช้อนเศษใบไม้หรือฝุ่นลอยน้ำทุกวัน
🔹 หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง
• ไม่ควรใช้กรดเข้มข้น น้ำยาขัดเงา หรือผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
• หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะ ควรเลือกชนิดที่ออกแบบสำหรับ “หินธรรมชาติ” เท่านั้น และทดสอบที่มุมเล็กก่อนเสมอ
🔹 ระบายและเติมน้ำตามฤดูกาล
• หากน้ำลด ควรเติมน้ำให้ระดับน้ำอยู่ในจุดที่เหมาะสมของระบบกรอง
• การระบายน้ำบางส่วนและเติมน้ำใหม่ ช่วยให้คุณภาพน้ำดีขึ้น และลดการสะสมของแร่ธาตุ
การดูแลตามรอบระยะเวลา
การดูแลประเภทนี้เป็นการบำรุงเชิงลึกที่ทำเป็นรอบ เช่น รายปี ราย 2 ปี หรือทุก 3 ปี เพื่อฟื้นฟูผิวหิน ป้องกันการเสื่อมสภาพ และซ่อมแซมจุดที่เริ่มมีปัญหา

🔹 การขัดและทำความสะอาดลึก
• ทุก 1–2 ปี อาจต้องมีการล้างผิวหินด้วยเครื่องขัดแรงต่ำ เพื่อขจัดคราบฝังแน่น
• หากมีคราบตะกรันหรือคราบแร่ อาจใช้สารทำความสะอาดชนิดอ่อนสำหรับหินธรรมชาติโดยเฉพาะ
🔹 ตรวจสอบความเสียหาย
• ตรวจรอยแตกหรือรอยร้าวของหินและยาแนว หากพบควรซ่อมแซมทันที
• ยาแนวควรเปลี่ยนใหม่หากเริ่มเสื่อมสภาพหรือร่อนหลุด โดยควรเลือกชนิดที่เหมาะกับหินและน้ำ
🔹 การเคลือบป้องกัน
• หินธรรมชาติควรได้รับการเคลือบน้ำยาซีลที่เหมาะสมกับหิน สำหรับพื้นที่บริเวณขอบสระน้ำล้น
• การเคลือบช่วยป้องกันการซึมน้ำ ลดการเกิดตะไคร่ และช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้น
• เคลือบแค่บริเวณขอบสระน้ำล้น หรือพื้นรอบสระ พื้นในสระที่มีน้ำไม่จำเป็นต้องเคลือบ

สระว่ายน้ำหินธรรมชาติ เป็นงานตกแต่งที่ให้ความสวยงามแบบธรรมชาติ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบ้านหรือโครงการอย่างมหาศาล แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการความใส่ใจมากกว่าวัสดุทั่วไป
👉 การดูแลประจำวัน ช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิด
👉 การดูแลตามรอบเวลา ช่วยซ่อม ฟื้นฟู และยืดอายุของหินให้อยู่กับเราได้นาน

หากดูแลถูกวิธี สระหินธรรมชาติจะยังคงความสวย มีผิวสัมผัสดี สีไม่ซีด และไม่มีคราบฝังลึก แม้ผ่านไป 10–15 ปีก็ยังสวยเหมือนวันแรกที่ติดตั้ง



ความคิดเห็น